[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 2.0
สถานอารยธรรมศึกษา โขง-สาละวิน









 







   คุณคิดว่าเวปนี้เป็นอย่างไร


  1. ดีมาก
  2. ดี
  3. ปานกลาง
  4. พอใช้
  5. ควรปรับปรุง



  

  ประเภท : บทความพิเศษ
เรื่อง : ประเพณีลอยเรือสำเภา การสืบทอดกว่า ๑๐๐ ปีของชาวจีนไหหลำ ณ เมืองสองแคว ( 2153/ )
ผู้เขียน : admin01
เข้าชม : 2153
พฤหัสบดี ที่ 10 เดือน พฤษภาคม พ.ศ.2555
4.5 stars เฉลี่ย : 4.5 จาก 8 ครั้ง.

ประเพณีลอยเรือสำเภา การสืบทอดกว่า ๑๐๐ ปีของชาวจีนไหหลำ ณ เมืองสองแคว 
จากการสะเดาะเคราะห์ สู่ศูนย์รวมจิตใจชาวไทย-จีน





      ณ หมู่บ้านวังส้มซ่า หมู่ 1 ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ช่วงเดือน ๖ ของทุก ๆ ปีจะมีประเพณีของชาวไทยเชื้อสายจีนไหหลำที่สืบทอดกันมาเป็นระยะเวลากว่า 100 ปี นั่นคือ ประเพณีลอยเรือสำเภา
 


      “เมื่อประมาณ 200 ปีมาแล้ว บรรพบุรุษชาวจีนไหหลำส่วนหนึ่งอพยพมาตั้งรกรากที่นี่ โดยมีการสร้างศาลเจ้าแม่ทับทิมเป็นศูนย์รวมจิตใจ เป็นศาลเจ้าของชาวจีนไหหลำทั่วโลก เพื่อบูชาเทพธิดาแห่งท้องทะเลที่คุ้มครองผู้เดินทางทางเรือ ทำให้ย่านนี้ได้รับการเรียกขานมาจนถึงปัจจุบันว่าโรงเจ๊ก” นายประชา อิศราภรณ์ และนายมาโนช ประสานสมบัติ กรรมการศาลเจ้าแม่ทับทิม ที่เรียกว่ากงถ้าว ซึ่งเป็นคนไทยเชื้อสายจีนไหหลำรุ่นที่ ๓ เล่าถึงที่มาของบรรพบุรุษ

     จากการเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเล มาประกอบอาชีพค้าขาย โดยการบรรทุกข้าวเปลือกลงเรือเอี้ยมจุ๊น ล่องไปตามลำน้ำน่าน สู่แม่น้ำเจ้าพระยา ถึงสะพานซังฮี้ กรุงเทพมหานคร ทำให้ชาวจีนไหหลำมีวิถีชีวิตผูกพันกับสายน้ำ กอปรกับช่วงหนึ่งมีอหิวาตกโรคระบาด จึงได้มีการสะเดาะเคราะห์โดยจัดประเพณีลอยเรือสำเภาขึ้น สำหรับปีนี้จัดขึ้นในวันที่ 21 เมษายน 2555  

     “ประเพณีลอยเรือสำเภาเริ่มจากการต่อเรือสำเภาจำลองในช่วงเช้า โดยหาไม้ไผ่สีสุกขนาด ๙ ปล้อง นำมาสับให้ได้ ๙ ซี่ เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยผู้สูงวัยซึ่งมีความเชี่ยวชาญนำคนรุ่นใหม่ช่วยกันต่อลำเรือแบบเรียบง่าย พร้อมตกแต่งด้วยกระดาษหลากสี”
 


     ในปีนี้ได้หัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญคือลุงมูล บำรุงไทย วัย 72 ปี และลุงโชคชัย บำรุงไทย วัย 68 ปี ลูกพี่ลูกน้องที่ทำหน้าที่นี้มากว่า 10 ปี โดยมีเด็กหนุ่มหลายคนที่ถูกหมายมั่นปั้นมือให้เป็นผู้รับช่วง เดินวนเวียนมาช่วยหยิบ จับ ผูก โยง และตกแต่ง อีกฝ่ายแบ่งไปตัดต้นกล้วยเพื่อทำแพสำหรับรองรับลำเรือ ตกเย็นออกตีผ่าง ผ่าง (ลักษณะคล้ายฆ้อง) รอบหมู่บ้าน เพื่อเป็นสัญญาณให้รับรู้ทั่วกัน พอพระอาทิตย์ตกดิน ชาวบ้านทั้งไทยและจีนนำข้าวสาร เกลือ พริกแห้ง หอม กระเทียม มาใส่ในเรือสำเภา เพื่อเป็นเสบียงอาหาร เหมือนเรือจริงที่จะออกเดินทะเล จากนั้นเป็นการเริ่มพิธีกรรมต่าง ๆ ตั้งแต่การไหว้เจ้าแม่ทับทิมและเทพเจ้าองค์อื่น ไหว้บรรพบุรุษ เผากระดาษเงินกระดาษทอง การจุดประทัดเพื่อขับไล่สิ่งชั่วร้ายและโรคภัยไข้เจ็บ ตามความเชื่อ

     มาถึงนาทีสำคัญ การเสี่ยงทายเพื่อนำเรือสำเภาลงสู่แม่น้ำน่าน กับบรรยากาศอันลุ้นระทึก โดยผู้อาวุโสเป็นผู้ทอดเบี้ย เบี้ยที่ว่านี้ทำมาจากส่วนหนึ่งของไม้ไผ่ที่เรียกว่าตาไม้แล้วนำมาทาสีแดง การทอดเบี้ยต้องให้ออกครบ หัว (หัว-หัว) กลาง (หัว-ก้อย) และก้อย (ก้อย-ก้อย) ซึ่งบางปีต้องใช้เวลาในการเสี่ยงทายนานนับชั่วโมง แต่ปีนี้ใช้เวลาไม่กี่นาที ทอดเบี้ยเพียง ๓ ครั้งเท่านั้น ซึ่งกงถ้าวบอกว่าเจ้าแม่ทับทิมคงพึงพอใจมาก บรรยากาศระหว่างการแห่เรือสำเภาเป็นไปอย่างเข้มขรึม มีเด็กหนุ่มช่วยกันหามเรือสำเภา กงถ้าวตีผ่าง ผ่าง เอาฤกษ์เอาชัย และจุดเทียนนำทาง จนกระทั่งปล่อยลำเรือลงสู่ลำน้ำน่าน ปิดท้ายด้วยการจุดประทัด

     เมื่อเสร็จพิธี ถึงเวลาสังสรรค์ของชาวไทยและชาวไทยเชื้อสายจีนในหมู่บ้าน จากหมู ไก่ ผลไม้ ขนมที่ได้จากเครื่องเซ่นไหว้นั่นเอง ก่อนกลับไม่ลืมหยิบขัน ขวด กระป๋องที่นำมาจากบ้านเพื่อรองรับน้ำมนต์กลับไปด้วยกงถ้าวเล่าเสริมอีกว่า “ประเพณีการลอยเรือสำเภาในปัจจุบันไม่ได้มีความสำคัญเพียงเพื่อการสะเดาะเคราะห์และความเป็นสิริมงคลเท่านั้น แต่ยังเป็นรำลึกถึงบรรพบุรุษ นอกจากนี้ยังเป็นจุดศูนย์รวมของทั้งคนไทยเชื้อสายจีนไหหลำและคนไทยในหมู่บ้านอีกด้วย”
 


     “พ่อพามาช่วยเตรียมงานหลายปีแล้ว รู้สึกสนุก ได้เห็นทุกคนร่วมไม้ร่วมมือกัน เห็นรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ได้พบปะสังสรรค์ระหว่างเครือญาติและคนในหมู่บ้าน มีความสุขที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในประเพณีอันสำคัญนี้ ได้สืบทอดประเพณีของบรรพบุรุษ” นายปิตินัฏฐ์ อิศราภรณ์ เด็กหนุ่มเชื้อสายจีนไหหลำเล่าความรู้สึก
 


     “จำได้ว่าตอนเด็ก ๆ จะรอวันนี้ เพราะมีของกินเยอะ ตามธรรมเนียมของคนจีนที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ถือว่ายิ่งให้ก็ยิ่งได้ นอกจากนี้ยังรอที่จะได้ดูหุ่นกระบอกจีน เป็นจีนไหหลำแท้ ทั้งภาษาและการแต่งองค์ทรงเครื่องแบบเต็มยศ ฟังไม่รู้เรื่องแต่สนุกมาก เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว แต่ก็ยังมาร่วมงานทุกปี รู้สึกทึ่งกับประเพณีนี้” นางเผอิญ พงษ์สีชมพู คนไทยวัย ๖๖ ปีเล่าความทรงจำในการเข้าร่วมประเพณีลอยเรือสำเภาตั้งแต่วัยเด็ก

     วันนี้เรายังคงเห็นแรงศรัทธา ความมุ่งมั่นของคนไทยเชื้อสายจีน โดยมีแรงสนับสนุนและความร่วมมือของคนไทยในหมู่บ้าน สะท้อนถึงความรัก ความสามัคคี อันเป็นแก่นแห่งการสืบสานประเพณีลอยเรือสำเภาให้คงอยู่ ณ หมู่บ้านวังส้มซ่าสืบไป

พรปวีณ์  ทองด้วง
นักประชาสัมพันธ์
สถานอารยธรรมศึกษา โขง-สาละวิน มหาวิทยาลัยนเรศวร









บทความพิเศษ 5 อันดับล่าสุด

      ตามรอยพระราชวังจันทน์ รวบรวมองค์ความรู้ สู่การพัฒนา ฟื้นฟูดินแดนประวัติศาสตร์ 7 / พ.ค. / 2556
      เปิดจดหมายเหตุศิลปวัฒนธรรม ย้อนรอยความสุข ความทรงจำ ในนิทรรศการ “เล่นๆ” 29 / เม.ย. / 2556
      ณ แผ่นดินทองของชาวกัมพูชา 4 / เม.ย. / 2556
      กลไกแห่งความสำเร็จของเวียดนาม …บทเรียนสะท้อนระบบคิดของไทย 27 / มี.ค. / 2556
      ศิลปินนานาชาติ กับความประทับใจในงานศิลปกรรมนานาชาติ ครั้งที่ ๑ 18 / มี.ค. / 2556


Based on : Maxsite1.10 Modified to ATOMYMAXSITE 2.0
สถานอารยธรรมศึกษา โขง-สาละวิน พิพิธภัณฑ์ผ้าชั้น 2 อาคารเอนกประสงค์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก 65000 tel. 055-961148 fax. 055-961148
Based on : Maxsite1.10 Modified to ATOMYMAXSITE 2.0